Please note ThinkMarkets does not provide CFD services to residents of the US.

Please note ThinkMarkets does not provide CFD services to residents of the US.

การค้าขาย
 
การค้าขาย

เทรดวันนี้ - เข้าร่วมกับเทรดเดอร์หลายพันรายที่เลือกใช้โบรกเกอร์ที่ให้บริการบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เจ้าแรก

สร้างบัญชี
เรียนรู้การซื้อขาย
 
เรียนรู้พื้นฐานของการซื้อขายฟอเร็กซ์

ความเข้าใจที่ครอบคลุมเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

คลิกเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม
การซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์

เรียนรู้วิธีการทำงานของการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์

คลิกเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม
เรียนรู้เกี่ยวกับการซื้อขายดัชนี

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และรายละเอียดการซื้อขายของดัชนีหลักทั่วโลก

คลิกเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม
เรียนรู้ข้อมูลเศรษฐกิจ

ความเข้าใจองค์ประกอบเกี่ยวกับข้อมูลเศรษฐกิจ

คลิกเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม
สัมมนาออนไลน์

เทรดเดอร์ทุกคนตั้งแต่มือใหม่จนถึงผู้เชี่ยวชาญจำเป็นต้องรู้คำศัพท์ทางเทคนิคจำนวนมาก ให้เราช่วยแนะนำคุณ

Learn More
คลังคู่มือซื้อขาย

ไม่ว่าคุณจะมีประสบการณ์ระดับใด ให้ดาวน์โหลดคู่มือการเทรดฟรีของเราแล้วพัฒนาทักษะของคุณ

เรียนรู้เพิ่มเติม
เรียนรู้การซื้อขาย

เทรดอย่างชาญฉลาด: ยกระดับทักษะของคุณด้วยทรัพยากรการฝึกอบรมของเรา

สร้างบัญชี
วิเคราะห์การตลาด
 
ข่าวการตลาด

ข่าวตลาดล่าสุดทั้งหมดซึ่งมีข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์เป็นประจำจากผู้เชี่ยวชาญในบริษัทของเรา

เรียนรู้เพิ่มเติม
ปฏิทินเศรษฐกิจ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณรู้ทันความเคลื่อนไหวทุกครั้งในตลาดด้วยปฏิทินเศรษฐกิจที่อัพเดตอย่างต่อเนื่องของเรา

เรียนรู้เพิ่มเติม
การวิเคราะห์ทางเทคนิค

ใช้ข้อมูลที่ผ่านมาในตลาดเพื่อคาดการณ์ทิศทางราคาและทำนายความเคลื่อนไหวในตลาด

เรียนรู้เพิ่มเติม
วิเคราะห์การตลาด

ใช้ความสามารถวิเคราะห์ข้อมูลตลาดที่คุณต้องการเพื่อสร้างกลยุทธ์การเทรดของคุณ

สร้างบัญชี
พันธมิตร
 
ผู้จัดการเงิน

เพิ่มรายได้ของคุณแล้วรับค่าตอบแทนจากความรู้ในการเทรดของคุณด้วย ThinkInvest ที่ให้คุณสามารถตัดสินใจได้เอง

เรียนรู้เพิ่มเติม
แนะนำโบรกเกอร์

ThinkMarkets ตรวจสอบให้มั่นใจว่าระดับความพึงพอใจของลูกค้าอยู่ในระดับสูงด้วยอัตราการแปลงเป็นลูกค้าและอัตราการรักษาลูกค้าในระดับสูง

เรียนรู้เพิ่มเติม
Proprietary Trading

ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับเราเพื่อสร้างธุรกิจ Prop Trading ของคุณเอง สามารถสอบถามกับผู้จัดการบัญชีได้แล้ววันนี้

ดูข้อมูลเพิ่มเติม
White Label

เรามอบทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างแบรนด์ของคุณในอุตสาหกรรม Forex

เรียนรู้เพิ่มเติม
ตัวแทนประจำภูมิภาค

เป็นพาร์ทเนอร์กับ ThinkMarkets วันนี้เพื่อเข้าใช้บริการที่ปรึกษาและสื่อส่งเสริมการขายที่ครบครันตามงบประมาณของคุณเอง

เรียนรู้เพิ่มเติม
แนะนำเพื่อน

รับ $50 สำหรับคุณและเพื่อนของคุณ เมื่อคุณเปลี่ยนพวกเขาให้เป็นเทรดเดอร์ที่นี่กับ ThinkMarkets

เรียนรู้เพิ่มเติม
พันธมิตร

เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มยุคใหม่และการเทรดที่ลูกค้าของคุณต้องการ

พอร์ทัลพันธมิตร
เกี่ยวกับเรา ThinkMarkets
 
เกี่ยวกับเรา

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ThinkMarkets โบรกเกอร์ระดับโลกที่เป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลมากมายซึ่งคุณสามารถเชื่อถือได้

เรียนรู้เพิ่มเติม
ข่าว ThinkMarkets

ไม่ตกข่าวด้วยการประกาศข้อมูลและข่าวล่าสุดจากบริษัทของเรา

เรียนรู้เพิ่มเติม
โครงสร้างพื้นฐานในการซื้อขาย

เมื่อเป็นเรื่องความเร็วที่เราทำการเทรดของคุณ เราทุ่มไม่อั้นเพื่อมอบสิ่งดีๆ ให้คุณ ดูข้อมูลเพิ่มเติม

เรียนรู้เพิ่มเติม
ติดต่อเรา

ทีมสนับสนุนหลากหลายภาษาของเราจะอยู่ที่นี่เพื่อคุณ 24 ช.ม. ตลอด 7 วัน

เรียนรู้เพิ่มเติม
เกี่ยวกับเรา ThinkMarkets

ความเชี่ยวชาญสำหรับท้องถิ่นในทั่วทุกมุมโลก - พบกับสิ่งที่ทำให้เราพิเศษกว่าที่อื่น

สร้างบัญชี
ล็อคอิน สร้างบัญชี

ดาวโจนส์คืออะไร? ปัจจัยที่มีผลต่อดัชนีและวิธีการลงทุนใน DJIA

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJIA) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อดัชนีดาวโจนส์ ถือเป็นดัชนีที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และยังสามารถทำหน้าที่เป็นเหมือนมาตรฐานระยะยาวในการติดตามสภาพการเงินของบริษัทชั้นนำในสหรัฐอเมริกา
 
ดัชนีหุ้น 3 อันดับแรกของสหรัฐฯ

ในบทความนี้เราจะช่วยอธิบายดัชนีดาวน์โจนส์ให้พวกคุณเข้าใจ เราจะเริ่มจากการอธิบายว่าดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์คืออะไร? ตามด้วยส่วนประกอบของหุ้นที่อยู่ภายในดาวโจนส์
 
จากนั้นเราจะพูดถึงปัจจัยที่มีผลต่อความผันผวนของดัชนีดาวโจนส์และการนำไปใช้กับสถานการณ์จริง ในตอนท้ายเราจะจบบทความด้วยการแนะนำวิธีการลงทุนในดัชนีดาวโจนส์
 

1. ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์คืออะไร?

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJIA) เป็นดัชนีชี้วัดที่ประกอบด้วยหุ้นบลูชิปขนาดใหญ่ 30 ตัวที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและแนสแด็ก ถูกสร้างขึ้นโดย ชาร์ลส์ ดาว ในปี ค.ศ. 1896 ทำให้นี่เป็นหนึ่งในดัชนีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในสหรัฐอเมริกา
จุดประสงค์ที่ดัชนีนี้ถูกสร้างขึ้นมา ก็เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในอดีต
 
ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีวิธีอื่นในการติดตามสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐฯ แต่ดัชนีดาวโจนส์ยังคงเป็นตัวชี้วัดที่ดีในการแสดงถึงสุขภาพทางการเงินของบริษัทชั้นนำในสหรัฐฯ
 
เนื่องจากวัตถุประสงค์ของ DJIA คือการเป็นตัวบ่งชี้เศรษฐของกิจสหรัฐฯ หุ้นที่อยู่ DJIA จึงมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในบทต่อไปเราจะอธิบายถึงวิธีการคัดเลือกหุ้นที่จะเข้ามาอยู่ใน DJIA

 

2. การคัดเลือกหุ้นของดัชนีดาวโจนส์

ดัชนีดาวโจนส์ไม่เหมือนกับดัชนีอื่นๆที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด  แต่ DJIA เลือกหุ้นโดยคณะกรรมการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ S&P Dow Jones Indices รวมถึงบรรณาธิการของ The Wall Street Journal
 
กระบวนการในการคัดเลือกนี้จะมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของบริษัท ความมีชื่อเสียงและความยั่งยืน มากกว่าขนาดของตลาดหรือเมตริกอื่นๆ
 

2.1 ข้อกำหนด

บริษัทที่รวมอยู่ใน DJIA โดยทั่วไปแล้วจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงและมีชื่อเสียงสูงหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ 'blue-chip' ข้อพิจารณาที่สำคัญสำหรับการคัดเลือกคือ:


2.1.1 ชื่อเสียง

บริษัทต้องเป็นที่รู้จักดี มีชื่อเสียงที่มั่นคงและมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและตลาด 
 

2.1.2 การเติบโตที่ยั่งยืน

มีประวัติการเติบโตที่ยั่งยืนและมีผลการดำเนินงานทางการเงินที่มั่นคง แสดงถึงสุขภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งที่มีการเติบโตของรายได้และกำไรที่สม่ำเสมอ
 

2.1.3 การพิจารณาเป็นระยะ

บริษัทภายใน DJIA จะมีการพิจารณาเป็นระยะ แต่การเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้นบ่อยนักเพื่อรักษาความต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงมักเกิดขึ้นเมื่อบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่สำคัญ เช่น การควบรวมกิจการหรือความลำบากทางการเงิน 
 

ข้อยกเว้น
ดัชนีดาวโจนส์จะไม่รวมบริษัทจากภาคการขนส่งและสาธารณูปโภคเนื่องจากมีดัชนีดาวโจนส์อื่นๆ ที่ครอบคลุมอยู่แล้ว (เช่น ดัชนีขนส่งดาวโจนส์และดัชนียูทิลิตี้ดาวโจนส์)

 

2.2 การให้น้ำหนักของแต่ละภาคส่วนและหุ้นในดัชนีดาวโจนส์ 


DJIA เป็นดัชนีที่มีการให้น้ำหนักตามราคาหุ้น ซึ่งหมายความว่าหุ้นแต่ละตัวมีส่วนในการเคลื่อนไหวของดัชนีตามราคาหุ้นต่อหุ้นของมันเอง มากกว่าการให้น้ำหนักมูลค่าตลาดรวม และนี่คือตัวอย่างว่ามันมีการคำนวณอย่างไร:
 
สูตร: DJIA คำนวณโดยการรวมราคาหุ้นของบริษัททั้ง 30 หุ้นแล้วหารด้วยตัวหารที่เรียกว่า 'Dow Divisor' 

การคำนวณและการถ่วงน้ำหนักของ DJIADow Divisor จะมีการปรับเป็นระยะสำหรับการแยกหุ้น การแยกย่อย หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอื่นๆ เพื่อให้เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าของ DJIA อย่างไม่ถูกต้อง น้ำหนักของแต่ละภาคส่วนในดัชนีดาวโจนส์ ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2024 มีดังนี้:
 
Sectors บริษัทที่เกี่ยวข้อง น้ำหนักรวม 
อุตสาหกรรม Boeing, 3M, Honeywell, Caterpillar 13.69%
การเงิน American Express, Goldman Sachs, JPMorgan Chase, Visa, Travelers 21.70%
สินค้าฟุ่มเฟือย Disney, Nike, McDonald, Home Depot, Amazon 17.70%
เทคโนโลยีสารสนเทศ Apple, Cisco, Microsoft, Salesforce, Intel 19.53%
สุขภาพ Amgen, UnitedHealth Group, Johnson & Johnson, Merck 18.47%
สินค้าคงทน Coca-Cola, Procter & Gamble, Walmart 4.71%
พลังงาน Chevron 2.59%
วัสดุ Dow 0.94%
บริการสื่อสาร Verizon 0.67%


การให้น้ำหนักของแต่ละภาคส่วนสามารถส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดาวโจนส์ ความผันผวนของดาวโจนส์มักเกิดจากปัจจัยจากภาคส่วนที่มีน้ำหนักมากกว่า
 

3. ปัจจัยที่มีผลต่อความผันผวนของดาวโจนส์

การเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJIA) เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับนักลงทุน
 
ปัจจัยต่างๆ เช่น ตัวชี้วัดเศรษฐกิจ การตัดสินใจของรัฐบาล เหตุการณ์ทั่วโลก ผลการดำเนินงานของตลาดหุ้น ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และค่าเงิน ล้วนมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของ DJIA
 
ปัจจัยที่มีผลต่อดัชนีดาวโจนส
 

3.1 ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ

ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ คือข้อมูลที่จะประกาศออกมาในช่วงเวลาที่กำหนดโดยหน่วยงานที่แสดงถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้นี่เป็นส่วนสำคัญที่สามารถส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน
 
ดังนั้นเราจึงควรควรติดตามข้อมูลที่สำคัญอย่าใกล้ชิด เช่น การเติบโตของ GDP อัตราการว่างงาน และข้อมูลเงินเฟ้อ CPI
 
ตัวอย่างเช่น อัตราการเติบโตของ GDP ที่สูงกว่าคาดมักจะเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มสูงขึ้นของราคาหุ้นเนื่องจากสัญญาณของความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ
 
ในทางกลับกัน การเพิ่มขึ้นของอัตราการว่างงานสามารถส่งผลตรงกันข้าม มันแสดงให้เห็นถึงถึงความอ่อนแอทางเศรษฐกิจและกระตุ้นให้นักลงทุนขายหุ้นออกไป
 

3.2 นโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ย

นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED: Federal Reserve) โดยเฉพาะการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อ DJIA
 
เมื่อธนาคารกลางขึ้นอัตราดอกเบี้ย ต้นทุนในการกู้ยืมจะเพิ่มขึ้นสำหรับธุรกิจและผู้บริโภค ซึ่งสามารถชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจและลดกำไรของบริษัท ส่งผลให้ราคาหุ้นลดลง
 
ในทางกลับกัน การลดอัตราดอกเบี้ยสามารถกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ โดยทำให้ดอกเบี้ยในการกู้ยืมมีราคาถูกลง ซึ่งสามารถเพิ่มการใช้จ่ายและการลงทุนได้ ส่งผลให้ราคาหุ้นสูงขึ้น เนื่องจากคาดว่าผลกำไรของบริษัทจะเพิ่มขึ้น
 
ดังนั้น การทำความเข้าใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ และผลกระทบของนโยบายนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญในการคาดการณ์แนวโน้มตลาด
 

3.3 เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์

เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์เช่น การเลือกตั้ง สงคราม และข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศสามารถทำให้ดัชนีดาวโจนส์ผันผวนได้อย่างมีนัยสำคัญ
 
ตัวอย่างเช่น ความไม่มั่นคงทางการเมืองหรือความขัดแย้งสามารถนำไปสู่ความไม่แน่นอนในตลาดการเงิน ทำให้ราคาหุ้นลดลงเนื่องจากนักลงทุนจะหันไปหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า สงครามการค้าและภาษีศุลกากรสามารถส่งผลลบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท โดยเฉพาะบริษัทที่มีการค้าระหว่างประเทศมาก ซึ่งนำไปสู่การลดลงของราคาหุ้น
 
ในทางกลับกัน การพัฒนาเชิงบวกทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ข้อตกลงสันติภาพหรือข้อตกลงการค้าที่เป็นผลดี สามารถเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงจำเป็นต้องติดตามเหตุการณ์ทางการเมืองระดับโลกเพื่อคาดการณ์และตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของตลาดที่อาจเกิดขึ้น
 

3.4 ผลประกอบการ การหมุนเวียน และ แนวโน้มตลาดของภาคธุรกิจ

ภาคธุรกิจต่างๆ มีลักษณะเฉพาะในธุรกิจของตัวเองและสามารถมีผลประกอบการที่แตกต่างกันไปตลอดปี ซึ่งนำไปสู่การหมุนเวียนและแนวโน้มของตลาดซึ่งส่งผลต่อมูลค่าของดัชนีดาวโจนส์
 
ตัวอย่างเช่น ในช่วงการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ภาคสินค้าฟุ่มเฟือยและเทคโนโลยีมักมีผลประกอบการที่ดีเนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นและนวัตกรรม ในทางกลับกัน ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย ภาคป้องกันเช่นสาธารณูปโภคและการดูแลสุขภาพมักมีผลประกอบการที่ดีกว่าเนื่องจากเป็นบริการที่จำเป็น
 
การหมุนเวียนของภาคธุรกิจเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายการลงทุนจากภาคหนึ่งไปยังอีกภาคหนึ่งตามแนวโน้มผลประกอบการที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งสามารถมีผลกระทบอย่างมากต่อ DJIA การติดตามผลประกอบการของภาคธุรกิจและการเข้าใจวัฏจักรของตลาดสามารถช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อใช้ประโยชน์จากแนวโน้มเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


3.5 ความเชื่อมั่นของตลาด

ความเชื่อมั่นของตลาด คือความรู้สึกโดยรวมของนักลงทุนที่มีต่อสภาวะตลาด มีบทบาทสำคัญในการผันผวนของดัชนีดาวโจนส์ ซึ่งสามารถวัดได้ผ่านดัชนี VIX
 
ความเชื่อมั่นเชิงบวกมักถูกขับเคลื่อนด้วยข่าวดีหรือข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งสามารถเพิ่มกิจกรรมการซื้อและทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้น ในทางกลับกัน ความเชื่อมั่นที่ลดลงที่เกิดจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจหรือรายงานผลประกอบการที่ไม่ดีของบริษัทสามารถส่งผลให้เกิดแรงเทขายและทำให้ราคาหุ้นลดลง
 
ปัจจัยอื่นๆ เช่นรายงานของสื่อ ความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ หรือแม้แต่แนวโน้มในโซเชียลมีเดียยังสามารถมีผลต่อความเชื่อมั่นของตลาด การเข้าใจความเชื่อมั่นของตลาดสามารถช่วยให้นักลงทุนคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของตลาดและปรับเปลี่ยนวิธีการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์
 

3.6 อัตราแลกเปลี่ยน

อัตราแลกเปลี่ยนของดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อดัชนีดาวโจนส์ มูลค่าของดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นทำให้ต้นทุนในการส่งออกของสหรัฐฯ มีราคาสูงขึ้นและไม่สามารถแข่งขันกับประเทศต่างๆได้ ซึ่งอาจทำให้กำไรของบริษัทข้ามชาติที่รวมอยู่ใน DJIA ลดลง ปัจจัยนี้สามารถนำไปสู่การลดลงของราคาหุ้นและส่งผลต่อการลดค่าลงของดัชนี
 
ในทางกลับกัน การที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจะสามารถกระตุ้นการส่งออก โดยทำให้ต้นทุนมีราคาถูกลงและสามรถแข่งขันได้มากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มกำไรของบริษัทและทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้น นักลงทุนจึงจำเป็นต้องติดตามแนวโน้มของค่าเงินและเข้าใจผลกระทบต่อตลาดเพื่อทำการตัดสินใจลงทุน

4. ข้อมูลย้อนหลังของดาวโจนส์

ดัชนีดาวโจนส์ได้เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากแผนภูมิด้านล่าง เราจะเห็นได้ว่า Dow Jones มีการยกตัวสูงขึ้นมาตั้งแต่ปี 2009 หลังจากเกิด Financial Crysis และแตะระดับ 40,000 ในขณะนี้ (2024)
 
แผนภูมิประวัติศาสตร์ดาวโจนส
 
ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ได้เกิดขึ้นกับดาวโจนส์:

  • 17 กันยายน 2001

การร่วงลงของดัชนีในหนึ่งวันซึ่งมากเป็นอันดับสี่และเยอะที่สุดในช่วงเวลานั้น เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันแรกของการซื้อขายหลังจากเหตุการณ์โจมตี 9/11 ในนิวยอร์กซิตี้ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 684.81 จุดหรือประมาณ 7.1% อย่างไรก็ตาม เราสามารถสังเกตได้ว่าดัชนีได้ลดลงก่อนวันที่ 11 กันยายน มากกว่า 1,000 จุดระหว่างวันที่ 2 มกราคม ถึง 10 กันยายน DJIA เริ่มฟื้นตัวหลังจากเหตุการณ์โจมตีได้ทั้งหมด และกลับมาปิดเหนือ 10,000 ในปีนั้น

  • 25 มกราคม 2017

ดาวโจนส์ปิดเหนือ 20,000 จุดเป็นครั้งแรก

  • มีนาคม 2020

ดาวโจนส์พังทลายด้วยการลดลงที่ทำลายสถิติสองวันติดต่อกันท่ามกลางการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสทั่วโลก ดัชนีดาวโจนส์ลดลงต่ำกว่า 20,000 และเป็นการลดลง 3,000 จุดในหนึ่งวัน มีการเคลื่อนไหวขึ้นลงระหว่างระดับ 2,000 และ 1,500 จุดอยู่หลายครั้ง จนสุดท้ายดัชนีดาวโจนส์เข้าสู่ตลาดหมีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2020 เป็นการสิ้นสุดตลาดกระทิงที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2009

  • 24 พฤศจิกายน 2020

ดาวโจนส์ทะลุระดับ 30,000 เป็นครั้งแรก โดยปิดที่ 30,045.84

  • 16 พฤษภาคม 2024

ดาวโจนส์ทะลุ 40,000 เป็นครั้งแรกและทำระดับสูงสุดเป็นประวัติกาลที่ 40,051.05 ในระหว่างการซื้อขายภายในวัน


มาจนถึงตอนนี้ คุณอาจจะรู้สึกว่า กราฟราคาที่เป็นขาขึ้นอย่างแข็งรงของดัชนีดาวโจนส์ ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่เย้ายวนใจ แต่คำถามคือ จะลงทุนได้ที่ไหน และ อย่างไร? ไม่ต้องห่วงในบทต่อไปเราจะมาชี้แนะเส้นทางสายนี้ให้กับคุณเอง

 

5. วิธีการลงทุนในดาวโจนส์

แม้ว่าดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์จะไม่สามารถลงทุนได้โดยตรงเพราะมันเป็นเพียงดัชนีที่ประกอบและประเมิณค่าด้วยหุ้นบลูชิป แต่การลงทุนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJIA) สามารถทำได้ผ่านเครื่องมือทางการเงินต่างๆ
 
ถ้าพูดถึงในฐานะดัชนีแล้ว ดาวโจนส์ถือเป็นพื้นฐานสำหรับผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ต่างๆ ที่นำเสนอวิธีการที่หลากหลาย ในการเข้าถึงผลการดำเนินงานของดัชนีดาวโจนส์
 
การเข้าใจผลิตภัณฑ์เหล่านี้และคุณสมบัติเฉพาะของมันสามารถช่วยให้นักลงทุนและเทรดเดอร์ตัดสินใจอย่างมีประสิทธืภาพผ่านการใช้ข้อมูล
 
ในส่วนนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของวิธีการลงทุนหลักๆสำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์ ซึ่งประกอบไปด้วย ETFs, ฟิวเจอร์ส, CFDs, ออปชั่น & วอแรนท์ และหุ้นที่เป็นส่วนประกอบภายในดาวโจนส์
 
วิธีการลงทุนในดัชนีดาวโจนส์
 

5.1 กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETFs)

กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETFs) เป็นวิธีการลงทุนที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดสำหรับนักลงทุนและดทรดเดอร์ในการลงทุนในดัชนีดาวโจนส์
 
ETFs เป็นกองทุนลงทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ คล้ายกับหุ้น โดยพวกเขามีเป้าหมายในการจำลองผลการดำเนินงานของดัชนีเฉพาะ เช่น DJIA
 
ETFs สามารถทำให้นักลงทุนเข้าถึงบริษัททั้งหมดภายในดาวโจนส์ และลดความเสี่ยงกับการลงทุนในหุ้นเพีบงตัวเดียว ตัวอย่างเช่น SPDR Dow Jones Industrial Average ETF Trust (DIA) ถือหุ้นของบริษัททั้ง 30 ตัวใน DJIA ทำให้พอร์ตการลงทุนมีการลงทุนที่หลากหลายซึ่งลดความเสี่ยงของการลงทุนบริษัทเดียว
 
ความยืดหยุ่นและสะดวกของ ETFs ช่วยให้สามารถซื้อและขายในราคาตลาดได้ตลอดวันซื้อขาย DIA ตัวอย่างเช่น มีการซื้อขายด้วยสภาพคล่องที่สูง ทำให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่าสามารถซื้อเข้าและขายออกได้ง่ายโดยไม่มีการคลาดเคลื่อนราคาที่มากจนเกินไป
 
โดยทั่วไป ETFs มีค่าธรรมเนียมต่ำกว่าเมื่อเทียบกับกองทุนรวม DIA ตัวอย่างเช่น มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 0.16% ซึ่งค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนที่มีการจัดการเชิงรุก
 

5.2 สัญญาฟิวเจอร์ส

สัญญาฟิวเจอร์สเป็นข้อตกลงทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคาและวันที่กำหนดในอนาคต สัญญาฟิวเจอร์สดาวโจนส์มีอยู่หลากหลายขนาด เช่น E-Mini และ Micro E-Mini
  • E-Mini ดาวโจนส์

E-Mini ดาวโจนส์ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสัญญาฟิวเจอร์สดาวโจนส์ทั้งสัญญา ทำให้มีราคาถูกลงสำหรับนักลงทุนรายย่อย โดยแต่ละสัญญาของ E-Mini จะมีค่าเป็นห้าเท่าของดัชนีดาวโจนส์

ในโลกของการเก็งกำไรเราเรียกสิ่งนี้ว่าเลเวอเรจ ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนควบคุมสัญญาซื้อขายขนาดใหญ่ด้วยเงินทุนจำนวนเล็กน้อย สิ่งนี้สามารถเพิ่มโอกาสทั้งในด้านของการทำกำไรและการขาดทุน เลเวอเรจเป็นเครื่องมือที่สามารถเพิ่มผลกำไรได้อย่างมาก แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนที่สูงมากขึ้นด้วยเช่นกัน

  • Micro E-Mini ดาวโจนส์

จะมีขนาดเล็กกว่าสัญญา E-Mini  โดยสัญญา Micro E-Mini เหมาะสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการเข้าถึงการเก็งกำไรในดัชนีดาวโจนส์ด้วยการใช้เงินทุนที่ต่ำ แต่ละสัญญาของ Micro E-Mini จะมีค่าเป็นสิบเท่า ของสัญญา E-Mini ทั่วไป


นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับนักลงทุนมือใหม่ในการเรียนรู้เกี่ยวกับการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สโดยไม่ต้องใช้เงินทุนเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้เริ่มต้น
 

5.3 สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs)

สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs: Contract For Difference) เป็นผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่อนุญาตให้นักลงทุนและเทรดเดอร์คาดเดาการเคลื่อนไหวของราคาของสินทรัพย์ เช่น ดาวโจนส์ โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้น
 
ข้อดีของ CFDs
สามารถเข้าถึงได้ง่าย CFDs มีการเข้าถึงที่ง่ายกว่าสำหรับเทรดเดอร์และนักลงทุนรายย่อย เนื่องจากสามารถซื้อขายได้ง่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้เทรดเดอร์สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ง่ายและมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ
โดยทั่วไป CFDs มีค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับวิธีการซื้อขายแบบทั่วไป ทำให้ดึงดูดนักลงทุนและเทรดเดอร์ที่คำนึงถึงเรื่องของการเสียค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย
เลเวอเรจ
 
CFDs มักให้เลเวอเรจที่สูง ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถส่งคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ด้วยเงินทุนที่น้อยลง แต่สิ่งนี้สามารถเพิ่มทั้งโอกาสในการทำกำไรและขาดทุน
ความยืดหยุ่น CFDs สามารถส่งคำสั่งได้ทั้งการซื้อ (long) และ ขาย (short) ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถทำกำไรจากตลาดได้ทั้งขาขึ้นหรือลง ความยืดหยุ่นนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างมากในตลาดที่มีความผันผวนที่สูง


5.4 ออปชั่นและวอแรนท์

ออปชั่นและวอแรนท์เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ให้สิทธิ์แก่นักลงทุนโดยไม่มีข้อกำหนดในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคาที่กำหนดก่อนวันที่กำหนด


5.4.1 ออปชั่นถูกแบ่งออกเป็นสองประเภท

  • Call Options: ออปชั่นนี้ให้ผู้ถือสิทธิ์สามารถซื้อดัชนีดาวโจนส์ในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ช่วยให้นักลงทุนทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของตลาดขาขึ้น ถือเป็นวิธีการเก็งกำไรของตลาดโดยไม่ต้องลงทุนมูลในค่าเต็มของดัชนี
  • Put Options: ออปชั่นนี้ให้ผู้ถือสิทธิ์สามารถขายดาวโจนส์ในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อเป็นการป้องกันในกรณีที่ตลาดอยู่ในสภาวะตกต่ำ เครื่องมือนี้มีค่ามากสำหรับการป้องกันความเสี่ยงจากการลดลงของราคาตลาด

5.4.2 วอแรนท์

มีความคล้ายคลึงกับออปชั่น วอแรนท์เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ออกโดยบริษัทที่ให้ผู้ถือสิทธิ์สามารถซื้อหุ้นจำนวนหนึ่งในราคาที่กำหนดก่อนวันหมดอายุที่กำหนดไว้ วอแรนท์มักมีระยะเวลาหมดอายุที่ยาวนานกว่าออปชั่นหุ้น

 

5.5 การลงทุนในหุ้นส่วนประกอบของดาวโจนส์

เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเข้าถึงดัชนีดาวโจนส์ด้วยการลงทุนโดยตรงในหุ้นส่วนประกอบของดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJIA) ซึ่งประกอบด้วยไปด้วยบริษัทขนาดใหญ่ 30 บริษัทที่มีการซื้อขายสาธารณะในอุตสาหกรรมต่างๆ
 

เทรดตอนนี้ 

6. สรุป

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เป็นดัชนีหุ้นของบริษัทบลูชิปขนาดใหญ่ 30 แห่งในสหรัฐฯ ที่เป็นที่รู้จักของตลาดหุ้นอเมริกัน

ดัชนีนี้มีเพียง 30 บริษัทเท่านั้น และตัวดัชนีเองก็มีการให้น้ำหนักตามราคาที่แตกต่างกัน ซึ่งหมายความว่ามันไม่ได้สามารถสะท้อนภาพรวมของตลาดหุ้นได้อย่างแม่นยำเสมอไป

บริษัทใน DJIA ถูกคัดเลือกโดยคณะกรรมการและได้รับการปรับสมดุลเพื่อที่จะพยายามแสดงสภาพเศรษฐกิจโดยรวม
ซึ่งหมายความว่าบริษัทบางแห่งอาจถูกเพิ่มหรือถูกลบออกจากดัชนีดาวโจนส์เป็นระยะ ๆ โดยไม่มีวิธีในการคาดการณ์ว่าหุ้นใดจะถูกเปลี่ยนแปลงเมื่อไร

บทเรียนการซื้อขายเพิ่มเติม:

ความคิดเห็น ข่าวสาร การวิจัย การวิเคราะห์ ราคา หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่มีอยู่บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อแสดงความคิดเห็นทั่วไปในตลาด และไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ทาง ThinkMarkets จะไม่รับผิดต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ รวมถึงการสูญเสียกำไรใดๆที่อาจเกิดขึ้นโดยตรงหรือโดยทางอ้อมจากการใช้หรือการพึ่งพาข้อมูลดังกล่าว
Back to top